RSS

โครงการหารายได้สมทบทุนศูนย์การศึกษาอิสลาม บ้านปันจอร์

ต้นฉบับเดิม : ภาษาไทย

เจ้าของ : คณะกรรมการมัสยิดอะห์มาดียะห์ บ้านปันจอร์ สตูล

วันที่ 2/5/2013

……………..

Kertas kerja projek mohon bantuan sumbangan pembinaan bangunan pusat pendidikan dan pengajian islam
Nama Projek :
Pembinaan bangunan sekolah bagi Pusat pendidikan dan pengajian islam Masjid Ahmadiah Kg.Panjor ( Tadika )
Pemilik projek :
Masjid Ahmadiah Kampung Panjor Daerah Khuandon Wilayah Satun
Pengerusi projek :
Tuan Haji Muhammadnur Tohdaeng : Imam Masjid Ahmadiah
Pendahuluan :
Kampung Panjor bermukim Ban Yansu Daerah Khuandon Wilayah Satun adalah sebuah kampung besar mempunyai penduduk sebanyak 700 buah rumah tangga ( sekitar 2000 orang ) majority 99 % beragama islam,pentadbiran dan pengurusan hal ehwal kampung berpusat dimasjid dengan ini masjid berperanan penting didalam semua urusan pembangunan kampung khususnya dibidang pendidikan masjid telah mengadakan pusat pendidikan dan pengajian islam di setiap peringkat samada kanak-kanak,belia dan juga untuk kalangan dewasa.
Pengurusan pendidikan di kampung Panjor, untuk kalangan belia pihak masjid telah menyediakan pendidikan dan pengajian islam peringkat asas mengikut sukatan kementerian pendidikan dan pembelajaran pada setiap hari sabtu manakala pembelajaran untuk khalayak dewasa diwujudkan kelas pengajiannya pada setiap hari jumaat dan ketika selesai solat maghrib – waktu solat isya’ pada setiap hari.Sekarang pada hari sabtu bilangan pelajar belia sudah memcapai jumlah 400 orang dan bilangan ini terus meningkat dari semasa ke semasa menyebabkan bilangan bilik pembalajaran tidak mencukupi dan terpaksa belajar didalam bilik yang ramai lagi menyempitkan.Dengan ini pihak Masjid Ahmadiah Kg.Panjor telah merancang projek pembinaan bangunan baru setinggi 3 tingkat sebanyak 16 bilik pengajian diatas sebidang tanah milik masjid yang memerlu kos perbelanjaannya sebanyak THB 12,000,000. ( Dua belas juta Bath ) sekarang sebahagian pembinaan projek ini telah dijalankan dengan bantuan sumbangan dari penduduk kampung sebanyak THB 6,000,000. ( Enam juta Bath ) dan berhenti pembinaan sementara kerana kehabisan bajet pembinaan.
Sehubungan dengan perkara diatas Masjid Ahmadiah Kg.Panjor yang berdaftar pendaftaran masjid No. …………… memohon bantuan sumbangan pembinaan bangunan Pusat pendidikan dan pengajian islam Masjid Ahmadiah Kg.Panjor diatas sebidang tanah milik masjid mengikut gran tanah No……………….. dan bangunan tersebut akan diwaqaf untuk kegunaan pendidikan dan pengajian islam dimasa akan datang.
Objektif :
1.Penggunaannya sebagai pusat pendidikan moral dan pengajian islam belia muslim.
2.Sebagai pusat penyebaran dan khidmat infomasi akademi dan teknologi.
3.Sebagai pusat pentadbiran kampung,kebajikan anak yatim dan fakir miskin.
Aktiviti :
– Pembinaan Bangunan Konkrit 3 tingkat sebanyak 15 bilik berserta lanskaping persekitaran dan alat-alat kemudahan lain-lain ( Secara detail tertulis dalam plan yang disertakan )
Lokasi Projek :
Kampung Panjor Tumpuk 6 Mukim Yansu Daerah Khuandon Wilayah Satun Selatan Thailand
Kos perbelanjaan :
Kos perbelanjaan kesuluruhan sebanyak THB 12,000,000. ( Dua belas juta Bath ) namun sebahagian pembinaan telah pun dijalankan yang telah menelan perbelanjaan sebanyak THB 6,000,000. ( Enam juta Bath ) dan masih lagi memerlukan kos baki untuk menyepurna projek tersebut dengan jumlah wang sebanyak THB 6,000,000. ( Enam juta Bath )
Note : ( Kadar tukaran wang USD 1 : THB 30 )
Penerima faedah :
1.Belia islam seramai 400 orang mendapat bangunan pendidikan dan pengajian islam.
2.Penduduk perkampungan islam seramai 1,500 orang mendapat pusat pendidikan dan pengajian islam serta mendapat pusat pentadbiran dan pengurusan hal ehwal komuniti mereka.
3.Penjagaan kebajikan anak yatim dan fakir miskin yang bersistem,berterusan dan saksama.
Urus setia / kodinater projek :
Encik Somad Baimadpunjor
39 Tumpuk 6 Mukim Yansu Daerah Khuandon Wilayah Satun 91160
Tel : +6689 4661373
Email : sormad@hotmail.com
Pengusul Projek :
Tuan Haji Muhammadnur Tohdaeng
Imam Masjid Ahmadiah Kg.Panjor
Lampiran yang disetakan :
– Plan pembinaan bangunan
– Surat pendaftaran masjid
– Gambar aktiviti pengajian pelajar gambar masjid dan gambar jarak jauh bangunan yang terbina
– Surat rekomen dari badan kerajaan

 
Leave a comment

Posted by on June 6, 2013 in งานแปล

 

ใบปลิวสินค้ารอญัม สาหรับงานเอกซ์โปมุสลิม กรุงเทพฯ

ต้นฉบับเดิม : ภาษามาเลย์

เจ้าของ : Rojam Industry Malaysia

วันที่ : 20 / 5 /2013

………

1.กาแฟโรญัม กาแฟมังคุดและคอลลาเจล 5 In 1

มังคุดนับเป็นผลไม้หนึ่งที่อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ และมีสรรพคุณโดยธรรมชาติอย่างสูงในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นเปลือก จะมีสารอนุมูลอิสระสูงช่วยให้ผิวพรรณแลดูดี ป้องกันและระงับปัญหาการเกิดริ่วรอยย่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากมีการใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ จะช่วยลดปัญหาต่างๆ เช่น ริดสีดวงทวาร ท้องผูก นิ่ว ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคกระเพาะอาหาร ไมเกรน เป็นหวัดคัดจมูก หอบหืด หายใจไม่สะดวก ปวดข้อ โรคไขข้อ อัมพฤก ปวดเมื่อยยตามกล้ามเนื้อ แผลในลำไส้ และโรคไข้เหลือง เป็นต้น

สรรพคุณอื่นๆ

–           เพิ่มพลังและความแข็งแรงให้ร่างกาย

–           ลดไขมันและคอเลสตอรอลในร่างกาย

–           ลดปัญหาอาการง่วงเซา

–           ปัญหาโรคอ้วน

–           เสริมสร้างพลานามัยที่สมบูรณ์แก่ผิวพรรณและร่างกาย

–           แก้ปัญหาระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย

2.ยาสีฟัน มุสลีมินต์

สรรพคุณ : ทำให้ฟันขาวแข็งแรง ลมหายใจหอมสดชื่น มีส่วนผสมของใบสะระแหน่จากธรรมชาติ 100% ป้องกันฟันผุและดูแลรักษารากฟันอย่างมีประสิทธิภาพ ปราศจากส่วนผสมที่สกัดจากสัตว์ ทำให้ฟันขาวสวยใสยิ่งกว่า สะอาดกว่า ใช้ส่วนประกอบจากธรรมชาติจึงอ่อนโยนต่อเหงือกและฟัน มีส่วนผสมของแคลเซี่ยมและสูตรสำเร็จสำหรับฟันขาวสะอาดแข็งแรง

3.ยาหม่องตะไคร้

สรรพคุณ : ภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย ปวดไขข้อ แก้วิงเวียนศรีษะ

4.น้ำมันกามาต ( ปลิงทะเล หรือ ท้าวพันตา )

สรรพคุณ : ภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อรักษาและบรรเทาอาการปวดเมื่อย สมานแผลชั้นยอด รักษาอาการคัน และบรรเทาอาการจุกเสียด ปวดท้องแน่นท้อง

5.ครีมวันทูสลิม สูตรสำเร็จที่สกัดจากขิงด้วยวิธีการที่ทันสมัย เพื่อรักษาเรือนร่างให้สวยสลิมอย่างงดงาม ขจัดไขมันส่วนเกินในร่างกาย เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการลดหน้าท้อง เอว แขนขา และสะโพก ทำให้บางเพรียวและสวยงามยิ่งขึ้น

วิธีใช้ :

ทาครีมวันทูสลิมบริเวณที่มีปัญหาพร้อมถูนวดให้ทั่วเบาๆ เพื่อความสวยงามอย่างต่อเนื่อง ควรใช้ทุกวันทั่งเช้าและเย็น

6.ครีมกามาตผสมน้ำนมแพะ

( ครีมสกัดจากปลิงทะเล หรือ ท้าวพันตาผสมนมแพะ )

สรรพคุณ รักษาและบรรเทาอาการต่างๆ ดังนี้

–           จุกเสียด

–           เหน็บชาที่บริเวณมือและเท้า

–           แมลงสัตว์กัดต่อย

–           ปวดเอ็นปวดข้อ

–           เคล็ดคัดยอก

–           คันตามผิวหนัง

 
Leave a comment

Posted by on June 6, 2013 in งานแปล

 

หนังสือรับรองได้เดินทางประกอบพิธีฮัจญ์

ต้นฉบับเดิม : ภาษาไทย

เจ้าของ : นางแลหา มาลีเด็น

วันที่ : 5 /5 /2013

 

Kepada : Puan Leha Maleeden

Perkara : Pendaftaran mununai fardhu haji Puan telah berada dalam kouta tahun 2013.

 

Dengan segala hormatnya merujuk kepada perkara diatas.

 

2.Sukacita dimaklumkan bahawa pendaftaran Puan telah  berada didalam kouta jamaah haji yang akan  berangkat menunai fardhu haji  pada tahun 2013 M. bersamaan 1434 H.

 

3.Sebarang pertanyaan sila hubungi  Mutawwif Haji  Syareef B.Khalid Langputeh di talian : +6689 6562661.

 

Sekian terima kasih.

Yang Benar

 

 
Leave a comment

Posted by on June 6, 2013 in งานแปล

 

โจทย์ชีวิต

ในประสบการณ์ชีวิต คำพูดนาบีนี้เป็นจริงยิ่งนัก..ขอเป็นโจทย์ชีวิตในการมูฮาซาบะห์ร่วมกันของเช้าวันใหม่นี้… อัลเลาะห์มุสตาอาน ยาร๊อบ ” จงทำเวลาให้ว่างเพื่อทำอีบาดะห์ต่อฉันแล้วฉันจะเติมเต็มในหัวอกท่านด้วยความร่ำรวย และฉันจะปกปิดความยากจนของท่าน หากไม่เช่นนั้นแล้ว ฉันจะเติมเต็มในมือของท่านด้วยกิจการงานต่างๆและไม่ปกปิดความยากจนของท่าน…! “ ฮาดิษกุดซี รายงานโดย อะห์มัด

ทะเลหลีเป๊ะ…ในยามที่เรียบง่ายแต่ก็ยังคงแฝงหมื่นล้านความไม่ธรรมดา..!

 

ถ้าใช่แล้วชอบปลอบยังงัยก็ไม่ฟัง…

เปิดเทอมนี้เขาไปโรงเรียนแล้ว เมื่อวานไปหาเสื้อผ้านักเรียนใส่ มีหลายชุดที่ซื้อมา พอกลับถึงบ้าน มีอยู่ชุดหนึ่งที่ลองใส่แล้วไม่ถอด เป็นชุดมาลายูที่ทางโรงเรียนให้
ใส่ในวันศุกร์ เลยทำให้เมื่อวานทั่งวัน จะเล่นจะกินจะนอนแม้กระทั้งตามเอาวัวไปเข้าคอกพี่แกก็ยังไม่ถอด เช่นนั้นแหละเด็กๆสิ่งไหนที่ใช่แล้วชอบปลอบยังงัยก็ไม่ฟัง

เมื่อพูดถึงลูกๆความจริงพวกเขาคืออามานะห์เป็นความรับผิดชอบของพ่อแม่ที่จะ ต้องดูแลพวกเขาให้พรั่งพร้อมในทุกองค์ประกอบต่างๆที่พวกเขาถูกสร้าง กล่าวคือร่างกายสติปัญญาและจิตวิญญาน.ร่างกายเราเติบโตพวกเขาด้วยอาหารการกินที่เป็นประโยชน์เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ปก ปิดเอาเราะห์และที่อยู่อาศัยตามความจำเป็น,สติปัญญาเราบ่มเพาะและปลูกฝั่ง ให้พวกเขาได้ด้วยการตระเตรียมสถานที่เรียนดีๆที่มีมูอัลลิมและมูรอบบีย์เน้นการสอนและ การอบรมควบคู่กันไปส่วนจิตวิญญานเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เราเสริมสร้างให้พวก เขาได้ด้วยกาฝึกทำอามัลอีบาดะห์ตั่งแต่ยังเล็ก

แบบอย่างในเรื่องนี้ท่านนาบีบอกว่า”จงสอนละหมาดแก่ลูกๆพวกท่านเมื่อพวกเขาอายุเจ็ดขวบและจงเฆี่ยนตีเมื่ออายุสิบขวบ(หากไม่ละหมาด)”นาบีพูดแค่เรื่องละหมาด
เป็นเพราะละหมาดคือเรื่องพื้นฐานในความเป็นจริงในการฝึกลูกๆให้คุ้นเคยกับการปฏิบัติบัญญัติศาสนาอื่นก็ควรที่จะฝึกพวกเขาตั่งแต่ยังเล็กเหมื่อนกับการฝึกละหมาด
นั้นแหละ..พึงสังวรลูกๆคืออามานะห์และทุกๆอามานะห์จะต้องถูกสอบสวน.

IMAG0060

Muhammad Mabroor with his Mom & Brother

 

Haj 2012 : 8.วันตัรวียะห์

ฮัจญ์วันแรกกับบรรยากาศทั่วไปในท้องทุ่งมีนา

Haj 2012 : 8.วันตัรวียะห์

เมื่อวานนับเป็นวันแห่งความเมตตา

จากพระองค์อัลเลาะห์ ซ.บ อีกวัน

หนึ่งที่ต้องแสดงความขอบคุณชูโกร

ด้วยการขีดเขียนเรียนเล่าให้พวกเรา

อ่าน.

คาราวานอุลฟะห์ด้วยจำนวนฮุจยาจ

42 คน ลงจากบ้านพักที่มักกะห์ในสภาพครองเอียะรอมฮัจญ์ มานั่งรอรถเพื่อออกเดินทางสู่ท้องทุ่งมีนา เพียงแค่สิบห้านาทีแห่งการรอรถ เราก็

ได้นั่งบนรถพร้อมออกเดินทางสู่ท้องทุ่งมีนาในสภาพครบกันหมดทุกคนโดยไม่ตกหล่นและปะปนกับฮุจยาจกลุ่มอื่นๆ เราใช้เวลาในการเดินทางจาก

ที่พักสู่มีนา ( 7 ก.ม ) ราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ในที่สุดเราก็มานั่งสงบนิ่งในเต็นท์ที่พักเรียบร้อยแล้ว.

เป็นการเดินทางที่สะดวก,มากันพร้อมหน้าพร้อมตาและภายในเวลาที่กระชับมากที่สุดอย่างนี้ เป็นโอกาสดีๆที่ไม่ค่อยได้เจอบ่อยครั้งนัก.

เป็นความสะดวกที่จะมองผ่านเลยโดยไม่มีการขอบคุณชูโกรใดๆไม่ได้ เพราะการเดินทางสู่ท้องทุ่งมีนาอันเดียวกันอย่างนี้ กลุ่มฮุจยาจอื่นบางกลุ่มแค่รอ

ขึ้นรถอย่างเดียวก็ใช้เวลามากกว่าสามชั่วโมง,บางกลุ่มใช้เวลานั่งอยู่บนรถมากกว่าหกชั่วโมง (รถที่นั่งมาเกิดพลัดหลงไปเส้นทางอื่น จะวกกลับมาเข้าสู่

เส้นทางเดิมไม่ได้ ด้วยเหตุคลื่นรถและผู้คนที่มาทำฮัจญ์ต่างก็หลั่งไหลเข้าสู่ถนนทุกเส้นสายที่มุ่งไปที่มีนา) บางกลุ่มต้องแยกกันมา ทำให้ฮุจยาจกับหัว

หน้ากลุ่มไปคนละคันรถ ต้องมาเดินตามหากันที่มีนาอีกครั้ง อัลฮัมดุลิลละห์ความวุ่นวายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับพวกเรา หาไม่แล้วคงต้องทบทวนตัวเองอีกครั้งกับสิ่งที่ต่างๆที่พระองค์ทรงทดสอบ.

ในรถบัสที่โล่งสบายและถึงที่หมายตามกำหนดการณ์

การออกเดินทางทำฮัจญ์จากที่พักสู่มีนาในวันที่เจ็ดหรือแปดซุลฮิจยะห์นั้น เราเรียกทำฮัจญ์แบบตัรวียะห์ รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้มีพอจะสรุปได้ดังนี้

คำนิยามวันตัรวียะห์ : วันตัรวียะห์ คือ วันที่แปดของเดือนซุลฮิจญะห์ มีความหมายว่า “การตระเตรียม” ที่เรียกว่า “ตัรวียะห์” ในวันดังกล่าวนั้น ทั้งนี้เนื่องจากในอดีตสมัยท่านรอซูล ซ.ล ผู้คนที่ทำฮัจญ์ได้ทำการตระเตรียมเสบียงน้ำจากมักกะห์ไปสู่มีนาเพื่อการใช้สอยอย่างพอเพียงตลอดระยะเวลาแห่งการทำฮัจญ์ ซึ่งในสมัยดังกล่าวยังไม่ได้มีการตระเตรียมน้ำเฉกเช่นในปัจจุบัน.

ความประเสริฐวันตัรวียะห์

1.เป็นหนึ่งในสิบวันอันประเสริฐ (หนึ่ง – สิบ ซุลฮิจยะห์ ) ซึ่งพระองค์อัลเลาะห์ ซ.บ ได้สาบานในคำภีรอัลกุรอาน ความว่า “ ขอสาบานด้วยเวลายามเช้าตรู่ และขอสาบานด้วยค่ำคืนของวันทั้งสิบ ” ซูเราะห์ อัลฟัจร์ : 1-2

2.อามาลอีบาดะห์ในช่วงสิบวันดังกล่าวมีความประเสริฐมากกว่าช่วงวันอื่นๆ ดังรายงานของท่านอิบนิอับบาส ร.ด ได้รายงานว่า ท่านรอซูล ซ.ล ไดกล่าวว่า ไม่มีอามาลซอและห์ในช่วงใดที่เป็นที่รักยิ่งของพระองค์อัลเลาะห์ ซ.บ มากไปกว่าช่วงสิบวันนี้ (หนึ่ง – สิบ ซุลฮิจยะห์ ) บรรดาซอฮาบะห์ต่างถามท่านรอซูล ว่า “มิใช่การทำสงครามในหนทางของพระองค์อัลเลาะห์ ดอกหรือ ?” ท่านรอซูลตอบว่า “ ไม่ใช่ นอกจากหากชายคนหนึ่งออกไปด้วยหัวใจและทรัพย์สินของเขา โดยที่เขาไม่ได้กลับมาอีกเลย (ตายชาฮีด)” รายงานโดย บุคอรีย์

3.เป็นวันที่บรรดาฮุจยาจเริ่มตระเตรียมเสบียงกายและจิตเพื่อการบำเพ็ญฮัจญ์อันยิ่งใหญ่ ต่างเฝ้ารอคอยวันแห่งการวุกุฟ ซึ่งเป็นวันที่เต็มไปด้วยการอภัยโทษ,ความยินดีและความภาคภูมิใจจากพระองค์อีกทั้งยังเป็นวันแห่งการปลดปล่อยบ่าวของพระองค์จากไฟนรก.

حجـا مبرورا وسـعـيـا مشــكورا ودنـبـا مـغـفـورا وعـمـلا صـا لحـا مقـبـولا

อามาลต่างๆในวันตัรวียะห์

1.ก่อนทำการเหนียตเอียะรอมฮัจญ์ซุนัตให้ผู้ทำฮัจญ์ตะมัตตัวะอาบซุนัตเอียะรอม,ตัดเล็บ,เล็มหนวด,ทาน้ำหอม,สวมใส่ชุดเอียะรอมจากผ้าสองชิ้นสำหรับผู้ชาย ส่วนผู้หญิงให้นางเลือกใส่ชุดใดก็ได้ที่ปกปิดเอารัตทุกส่วนของร่างกายยกเว้นใบหน้ากับฝ่ามือ (ห้ามปิดหน้า) ส่วนบุคคลใดทำฮัจญ์แบบกีรอนและอิฟรอดก็ให้ดำรงตนครองเอียะรอมอย่างเดิม

2.ซุนัตให้เหนียตทำฮัจญ์ก่อนตะวันคล้อย

3.ให้ตั่งใจเหนียตครองเอียะรอมฮัจญ์โดยกล่าวว่า “ลับบัยกา ฮัจญัน”  แล้วนึกในใจว่า “ข้าพเจ้าทำฮัจญ์และครองเอียะรอมฮัจญ์เพื่ออัลเลาะห์ตาอาลา”

4.ออกเดินทางสู่มีนาพร้อมค้างคืนในวันดังกล่าว (ค่ำคืนวันที่เก้า)

5.ทำอามาลอีบาดะห์ ที่ท้องทุ่งมีนาด้วยการละหมาดญามาอะห์ร่วมกัน,กล่าวคำตัลบียะห์ “ลับบัยกัลลอฮุมมาลับบัยก์ ลับบัยกาลาชีรีกาลากาลับบัยก์ อินนันฮัมดา วันเนียะมาตา ลากาวัลมุล ลาชารีกาลากาลับบัยก์”

6.ดำรงละหมาดญามาอะห์พร้อมละหมาดซุนัตต่างๆ เช่น ละหมาดวิติร,ละหมาดเตาบัต,ละหมาดตะฮัจยุจและอีบาดะห์อื่นๆ

บทดุอาต่างๆ

1.ขณะมุ่งหน้าสู่มีนาซุนัตอ่านดุอา “อัลฮุมมา อียากาอัรญุ วาลากาอัดอุ ฟาบาลัฆนี ซอลีฮุน อามาลี วัฆฟีรลี อินนากาอาลากุลลีชัยอินกอดีร

2.กล่าวคำดุอาและบทตัลบียะห์มากๆ

ท้องทุ่งมีนาในคราที่เต็มไปด้วยฮุจยาจ

 

Haj 2012 : 7.ซียาเราะห์รอบเมืองมักกะห์

มักกะตุลมูกัรรอมะห์

7.ซียาเราะห์รอบเมืองมักกะห์

ถ้าคิดห้วงช่วงเวลาของการทำงานในมักกะห์ที่แบ่งไว้ก่อนหน้านี้ ห้วงช่วงนี้เรากำลังอยู่ในห้วงช่วงที่สอง มันค่อนข้างสบายและผ่อนคลายนิดหนึ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงแรกและช่วงสุดท้ายที่จะพานพบในไม่อีกกี่วันข้างหน้า ที่บอกว่าสบายและผ่อนคลายก็เพราะว่าอุจยาจทุกคนเหมือนกับกำลังอยู่ในช่วงฟรีสไตล์ กล่าวคือนอกจากงานหลักประจำวันที่ต้องทำอามัลอีบาดะห์ที่มัสยิดฮารอมแล้ว พวกเขายังมีเวลามากมายเพื่อการจับจ่ายซื้อของสำหรับเป็นของฝากแก่ญาติสนิทมิตรสหายที่อยู่ทางบ้านอีกด้วย

ผมเองก็เหลืองานอย่างเดียวที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย นั้นก็คือการมูซากาเราะห์ การเรียนการสอนเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับฮัจย์ ก่อนหน้านี้เราจะทำกันวันเว้นวัน แต่หลังจากเข้ามาอยู่ในช่วงที่สองและยังเหลือเวลาแค่หนึ่งสัปดาห์สำหรับเข้าสู่ช่วงสุดท้าย (ช่วงทำฮัจย์) ผมเลยจัดเต็มเอากันแบบวันต่อวันหลังละหมาดอีชาเลยละครับ.

ในเมื่อฮัจย์เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ การมูซากาเราะห์ของเราจึงแบ่งการเรียนรู้เรื่องฮัจย์ให้เป็นไปตามเวลาและสถานที่ โดยชี้แจงให้เข้าใจว่า วันเวลานี้ ณ สถานที่แห่งนี้มีงานและกิจกรรมใดที่ต้องทำบ้าง เกี่ยวกับสถานที่นั้น ก็มีเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับมีกอตฮัจญ์,มัสยิดิลฮารอม,มีนา,มุซดาลีฟะห์และอารอฟะห์ ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับเวลา ก็เป็นเรื่องของวันต่างๆในการประกอบพิธีฮัจญ์ โดยเริ่มตั่งแต่วันตัรวียะห์ (8 ซุลฮิจยะห์) วันวุกุฟที่อารอฟะห์ (9 ซุลฮิจยะห์)  วันนาฮัร (10 ซุลฮิจยะห์) และวันตัชรีกทั้งสาม (11-13 ซุลฮิจยะห์) ซึ่งทั้งหมดมีกิจกรรมและงานต่างๆที่จะต้องทำตามเวลาและสถานที่ที่ศาสนากำหนดทั้งสิ้น. นอกจากนั้นยังเสริมเติมเรื่องอื่นๆที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับสารัตถะแห่งฮัจย์,คอนเซ็ปฮัจญ์,ปรัชญาและวิทยปัญญาแห่งฮัจญ์,ความประเสริฐของฮัจญ์และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับฮัจญ์มับรูร เป็นต้น.สำหรับผม..การจะเข้าใจและสามารถนำมาปฏิบัติได้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวข้างต้นนั้น ก็ขึ้นกับเรียนรู้หรือการมูซากาเราะห์ที่ดีนั้นเอง.

มัจลิซมูซากาเราะห์ที่เรียบง่ายแต่ไม่ธรรมดา

แรกเริ่มเดิมทีว่าจะเขียนเรื่องกิจกรรมของพวกเราในช่วงแรก แต่เกริ่นเรื่องกิจกรรมของช่วงที่สองก่อนอย่าง

เพลิดเพลิน กิจกรรมต่างๆของช่วงแรกจึงขอเริ่มด้วยย่อหน้าใหม่ต่อไปนี้.

ห้วงช่วงแรก คือสิบวันแรกภายหลังเดินทางมาจากมาดีนะห์ อย่างที่บอก ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากนำ

ฮุจยาจไปทำอุมเราะห์ทุกวันหลังละหมาดอีชา ส่วนเวลากลางวันผมจะพาฮุจยาจไปซียาเราะห์ โดยรายการ

แรกที่จัดให้คือซียาเราะห์รอบเมืองมักกะห์และมีสถานที่สำคัญต่างๆดังนี้

1.ญะบัลซูร หรือภูเขาซูร หนึ่งในภูผาที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อิสลาม ตั้งห่างจากมักกะห์ราว 6 ก.ม ด้านบนสุดของภูเขามี “ถ้ำซูร” ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่หลบซ่อนหนีภัยของท่านรอซูลกับซอฮาบะห์คู่ใจ ท่านอาบูบักร์ อัซซิดดิก ในคราที่กาเฟรกุเรชไล่ล่าอาฆาตท่านทั้งสอง ท่านรอซูลกับอาบูบักร์อยู่ที่นั้นสามวัน ก่อนจะออกเดินทางฮิจเราะห์ต่อไปยังเมืองมาดีนะห์โดยสวัสดิภาพ เหตุการณ์ครั้งนั้นมีอับดุลเลาะห์และอัซมะฮฺบุตรของอบูบักร์ร่วมด้วยช่วยกันด้านนอกถ้ำ อีกทั้งยังมีความช่วยเหลือจากพระองค์อัลเลาะห์ในรูปของมั่วะยีซาตรอซูล กล่าวคือ มีแมลงมุมและนกพิราบมาสร้างรังปกปิดปากถ้ำเป็นเกราะกำบังไม่ให้ชาวกาเฟรกุเรชมองเห็นภายใน ทำให้ท่านนาบีและอบูบักร์รอดปลอดภัยในที่สุด.

ทิวเขาซูรเมื่อยามเช้าหนึ่งที่เราไปซียาเราะห์

2.มาชาอิริลฮารอม คือ สถานที่ต่างๆในการประกอบกิจกรรมฮัจญ์ กล่าวคือ :

ท้องทุ่งมีนา เป็นสถานที่ค้างคืนและขว้างเสาหิน ในวันที่ 10 -13 ซุลฮิจญะห์

ท้องทุ่งอารอฟะห์ สถานที่วุกูฟ ในวันที่ 9 ซุลฮิจญะห์ เป็นท้องทุ่งโล่งกว้างกว่า 10 ตารางกิโลเมตร ที่ฮุจยาจทุกคนจะต้องไปวุกูฟที่นั้น นับเป็นกิจกรรมหลักอันสำคัญที่พลาดและขาดตกบกพร่องไม่ได้ หาไม่แล้วการทำฮัจญ์ก็เป็นโมฆะ กลางๆท้องทุ่งอารอฟะห์มีญาบัลเราะห์มะห์ ว่ากันว่าเป็นสถานที่นาบีอาดัมและนางฮาวามาบรรจบพบกันอีกครั้งภายหลังถูกขับออกสู่โลกดุนยาและต้องพรากจากกันเป็นเวลามากกว่าสี่สิบปี ด้วยโทษทันฑ์จากพระองค์อัลเลาะห์ที่ทั้งสองได้ฝ่าฝืนข้อห้ามหนึ่งขณะพำนักพักพิงในสวนสวรรค์ ใกล้ๆญะบัลเราะห์มะห์มี “ซัคเราะห์” โขดหินใหญ่ซึ่งครั้งหนึ่งท่านรอซูลเคยนั้งวูกุฟในคราทำฮัจญ์วิดาฮฺของท่านเมื่อพันกว่าปีมาแล้ว.

กับญามาอะห์ฮุจยาจที่ทุ่งอารอฟะห์โดยมีญะบัลเราะห์มะห์เป็นฉากหลัง

มุซดาลีฟะห์ คือ ท้องทุ่งโล่งที่มีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร กว้าง 2 กิโลเมตร ตั่งอยู่ระหว่างสองภูเขา ห่างจากมักกะห์ราว 15 กิโลเมตร เป็นสถานที่ค้างคืนภายหลังมาจากท้องทุ่งอารอฟะห์และเก็บก้อนหินเพื่อขว้างเสาหินเสาสุดท้ายในวันรุ่งขึ้น (วันอีด)

เราเลือกทำรายการซียาเราะห์มาชาอิริลฮารอม ก่อนวันฮัจญ์จะมาถึงทั้งนี้เนื่องจากว่า ต้องการให้ฮุจยาจได้เห็นสภาพโดยทั่วไปของมีนา,อารอฟะห์และมุสดาลีฟะห์ อย่างชัดเจนในวันโล่งๆว่างเปล่าจากผู้คนที่มาทำฮัจญ์ จะได้รู้และเห็น มีนา,อารอฟะห์และมุสดาลีฟะห์มีสภาพเป็นอย่างไร? บรรยากาศอย่างนี้จะหาดูไม่ได้ หากวันฮัจญ์ได้มาถึง ทั้งนี้เนื่องจากในวันดังกล่าวท้องทุ่งมีนา,อารอฟะห์และมุสดาลีฟะห์ จะเต็มไปด้วยผู้คนเป็นล้านๆคน การจะขับเคลื่อนไปดูสิ่งต่างๆในมาชาอิริลฮารอมจึงเป็นเรื่องที่ไม่สะดวกเท่าใดนัก.

ท้องทุ่งมีนาในยามเวิ้งว้างจากผู้คนกับอาคารขว้างเสาหินทั้งสาม

3.มัสยิดญะรอนะห์ เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่ชานเมืองมักกะห์ ห่างออกไปทางด้านเมืองตออีฟราว 26 กิโลเมตร ในอดีตเป็นสถานที่ที่ท่านรอซูลแวะแบ่งปันทรัพย์เชลยศึกที่ได้จากการทำสงครามกับพวกฮาวาซิน ท่านเคยแบ่งปันแก่กองทหารของท่านที่นี่ ญะรอนะห์เป็นมีกอตหนึ่งที่ท่านรอซูลเคยเหนียตครองเอียะรอมอุมเราะห์ การหาโอกาสไปญารอนะห์นอกจากได้ซียาเราะห์สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในอดีตแล้ว เรายังสามารถเหนียตครองเอียะรอมเพื่อทำอุมเราะห์เฉกเช่นที่ท่านนาบีได้เคยทำมา.

4.ญะบัลนูร หรือภูเขาฮิรอฮฺ เขาก็เรียก เป็นภูเขาที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของมักกะห์ราวสิบกว่ากิโลเมตร ด้านบนสุดของภูเขามีถ้ำฮิรอฮฺ เป็นที่ปลีกตนของนาบีออกห่างจากความวุ่นวายของสังคมญาฮีลียะห์ นาบีจะไปที่ถ้ำแห่งนี้เป็นประจำ จนกระทั้งครั้งหนึ่งเมื่อท่านอายุได้สี่สิบปี เหตุการณ์แต่งตั้งนาบีเป็นศาสนทูตอัลเลาะห์ ก็เกิดขึ้นในถ้ำแห่งนี้ ด้วยการประทานโองการแรกของอัลกุรอานจากพระองค์อัลเลาะห์ผ่านญิบรีล.

“ญะบัลนูร” ทางนำจากภูผานี่้ที่แผ่รัศมีอันรุ่งโรจน์

อัลฮัมดุลิลละห์…เราเริ่มรายการซียาเราะห์นี้ตั่งแต่เช้าด้วยรถบัสปรับอากาศคันใหญ่ ถึงตอนนี้…สายๆใกล้ละหมาดซุหร์แล้ว ทุกอย่างก็เสร็จสิ้น เห็นฮุจยาจหน้าตาสดชื่นดี แซะห์หนุ่มๆอย่างนี้ก็แฮปปี่เท่านั้นละครับ