RSS
Aside
20 Aug
อุณภูมิรัก

“อืม…ผมโชคดีและมีความสุขมากที่สุด” เป็นคำพูดของเพื่อนรุ่นน้องผมคนหนึ่งหลังจากวันแต่งงานของเขาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มือไม้ของเขายังอ่อนนุ่มส่วนสีหน้าก็ยังอิ่มเอมเต็มไปด้วยความสุข

“ดีนะที่ผมตกลงปลงแต่งตามคำแนะนำของโต๊ะครู เธอสวยแถมยังซอลีฮะห์อีก” เขาเกริ่นพร้อมกับแฉกยิ้มร่าด้วยความดีใจ

ผมได้ยินแล้วอดไม่ได้ที่จะดีใจและชื่นมื่นกับความโชคดีของเพื่อนคนนี้

“บังจะไม่แนะนำอะไรผมบ้างหรือ?” เขาถาม

ผมตบไหล่เขาเบาเบา สำรับอาหารที่ได้ตระเตรียมไว้โดยสองสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันคู่นี้ผมกินแบบจัดเต็ม อร่อย…ใช่ เมื่อหัวใจอิ่มเอมไปด้วยความสุขทุกอย่างก็เป็น “น้ำผึ่ง” หวานหอมไปหมด เห็นบรรยากาศเป็นเช่นนี้ความสุขเมื่อคราที่ผมเพิ่งแต่งงานใหม่ๆเมื่อหลายปีก่อนก็กลับมาหยิกหยอกต่อมความทรงจำของผมอีกครั้ง.

“จะให้ผมนาซีฮัตอะไรหรือ? ทุกอย่างก็โอเคแล้วนิ” ผมตอบ

“ใช่บัง สิ่งที่โต๊ะครูเลือกให้นั้นดีที่สุด ผมไม่รู้จะแสดงและถ่ายทอดความสุขใจนี้ได้อย่างไร”

ชัวร์ปาป,ผมกำลังเผชิญหน้ากับใครคนหนึ่งที่กำลังอยู่ในโลกอีกโลกหนึ่ง

“ในความดีใจเราต้องเผือใจและเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับความลำบาก” ผมกระแทกเบาๆเหมือนกระซิบ

เขาสะดุ้ง

“ในความหวานย่อมมีความขมบ้าง” ผมเสริม

“ผมรู้จักภรรยาของผมดีนะบัง อินชาอัลเลาะห์ของขมจะกลายเป็นหวาน” เขาตอบ พร้อมแฉกยิ้มร่าเหมือนเคย

“ไม่ แกยังไม่รู้จักภรรยาของแกดีหรอก” ผมสวนกลับ

“เราสองคนใกล้ชิดและสนิทสนมมาก ไม่มีใครหน้าไหนแยกเราออกจากกันได้ เธอคือคำตอบในบทดุอาที่ผมพร่ำวอนหาตลอดมา”

ว้าว ว้าว ว้าว…คำพูดของเขาเหมือนออกจากปากกวี นี่แหละความรัก ถึงคราใช่ทุกอย่างอเมซิ่งไปหมด

“พระองค์อัลเลาะห์จะทดสอบเราด้วยคนที่เรารักมากที่สุด” ผมกล่าว

“มันอย่างไรละ?”

“คนที่เรารักมากที่สุดนั้นแหละอาจจะเป็นคนที่เราเกลียดมากที่สุด” ผมตอบ

“ผมไม่มีวันเกลียดเธอ!”

“อัลฮัมดุลิลละห์,อามีน ขอให้เป็นอย่างนั้นนะ แต่อย่าลืมความรักยังงัยเสียก็ต้องถูกทดสอบ”

“เมื่อกี่ ทำไมบังถึงบอกว่าผมยังไม่รู้จักภรรยาผมดีละ?”

“เพราะ “สีสันที่แท้จริง” ของหล่อนยังไม่เผยออก”

“สีสัน ? สีสันอะไรหรือ?”

“นิสัยใจคอ,ความประพฤติและความรู้สึกทางจิตของหล่อนงัย” ผมตอบ

“เอ๊ะ,ดีบัง เขานิสัยดี ผมโชดดีนะบัง”

คำสองคำ เขาก็ยืนยันว่าเขาโชคดีอย่างนั้นแหละ

ผมนี่ดิ..ไม่รู้จะอธิบายแก่เขาเกี่ยวกับ “สีสันที่แท้จริง” ของคู่สามีภรรยาอย่างไร? ในเมื่อตามการวิจัยของผู้เชี่ยวชาญจิตวิทยาการครองเรือนบอกว่า คู่ครองของแต่ละคนจะเผยสีสันที่แท้จริงของตนก็ต่อเมื่อภายหลังห้าปีผ่านชีวิตคู่แล้ว.

“ผู้หญิงก็เหมือนกระแสลม…” ผมเริ่มเปรียบเปรย

“เหมือนกระแสลม?”

“บางครั้งโชยมาอ่อนโยน ทำให้เราเคลิ้มเลยละ แต่บางทีมันมายังกะพายุ พัดวุ่นไปหมด” ผมกล่าวแกมหยอก

เขาทำเป็นงงงวย จะว่าใช่ก็ไม่เชิง เป็นไปได้อย่างไรคนที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับอ้อมกอดของลมโชยจะรู้และเข้าใจในความโหดร้ายของพายุแห่งการครองเรือน ซึ่งแน่นอนวันหนึ่งจะต้องซัดกระหน่ำเรือนแห่งความรักของเราบ้างละ. ผมนึกในใจ

“อย่ารีบชื่นชมและเช่นเดียวกันอย่าด่วนชิงชัง แต่ให้พอประมาณและแสดงความขอบคุณชูโกรเยอะๆ หากชื่นชมมากไป คราใดสิ่งที่เหนือความคาดหมายเกิดขึ้น เราจะยอมรับมันไม่ได้” ผมเตือน

ความตั้งใจผมมิใช่เพื่อสร้างความหวาดกลัวใดๆในการใช้ชีวิตคู่ หากแต่ผมเพียงแค่ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิต และอยากให้รู้พร้อมกับตระหนักบ้างว่า “อุณภูมิรัก” บางครั้งมีลมโชย มีคลื่นสูง มีแดดร้อนและบางครั้งก็มีฝน หากวันใดมีฝนก็ให้เตรียมร่ม ผู้ใหญ่ถึงบอกว่า จงเตรียมร่มก่อนฝนมา!

“ผมนึกไม่ออก จะเป็นไปได้อย่างไรภรรยาที่ดีที่ซอลีฮะห์อีกทั้งยังออบอ้อมอารีย์ต่อไปจะเป็นคนทำร้ายหัวใจของผม” เขากล่าว

“ใช่..,ก็เหมือนกับใครๆที่คาดไม่ถึงว่าลมสบายๆที่พัดโชยมาจู่ๆกลับกลายเป็นพายุร้ายซัดกระหน่ำ” ผมสวนกลับ

“บังเหมือนทำนายสิ่งที่ไม่เป็นมงคล ไม่ดีนะที่มองหรือคาดอะไรไปในทางลบนะ” เขากล่าว

“เราต้องเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับความเลวร้ายที่สุดถึงแม้เราวาดหวังเสมอในสิ่งที่ดีที่สุด อันนี้มันเป็นเรื่องของการเตรียมตัว มิใช่เรื่องคาดอะไรไปในทางลบ ที่ดีแล้วเราต้องระมัดระวัง จะดีใจหรือเศร้าโศกเสียใจ ทั้งสองอย่างนั้นอย่าให้เลยขอบเขต พอประมาณนั้นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการเตือน” ผมอธิบาย

“อุณภูมิรักเนียะเขาสามารถพยากรณ์ได้รึบัง?

“แค่เป็นการคาดการณ์หรือเตรียมการมิใช่เป็นเรื่องผิด ก็เหมือนพยากรณ์อากาศประจำวันนั้นแหละ ตัวอย่างว่า วันนี้มีการคาดว่าจะมีน้ำท่วม เราก็สามารถตระเตรียมเผชิญหน้ากับน้ำท่วมได้ แต่ถ้าหากไม่เกิดน้ำท่วมก็ไม่เห็นเป็นไร แต่ด้วยการคาดการณ์อันนั้นแหละเราสามารถเตรียมการทันท่วงที”

“การเชื่อหมอหรือคำทำนายเป็นเรื่องไม่ดีมิใช่หรือ?”

“อันนี้ไม่ใช่เชื่อหมอดูหรือคำทำนายทายหวย อันนี้เป็นการทำนายที่ทำขึ้นบนพื้นฐานการสังเกตและทดลองทางวิทยาศารตย์ บนพื้นฐานแห่งความรู้ แต่ในหัวใจของเราต้องเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าพระองค์อัลเลาะห์ ซ.บ เท่านั้นแหละที่สามารถลิขิตในทุกๆสิ่ง การพยากรณ์ทำขึ้นมิใช่เพื่อกำหนดหลักการเชื่อมั่น แต่เป็นแค่พื้นฐานการเตรียมการสำหรับเผชิญหน้ากับสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเท่านั้นเอง”

“งั่นก็แสดงว่าบังกำลังพยากรณ์อุณภูมิรักของครอบครัวผมละดิ?”

“ใช่…บนพื้นฐานอุณภูมิรักในครอบครัวของบังเองและครอบครัวอื่นๆ วันใดมีฝนแน่นอนจะต้องมีแดดบ้างสักวันหนึ่งและในทางกลับกันวันไหนมีแดดจะต้องมีฝนบ้างตามมา….”

“มิน่าละถึงมีเพลง….ฉันคาดว่าแดดจะร้อนไปถึงเย็น แต่กลับเห็นเมฆฝนหล่นมาในยามบ่าย” เขาพูดไป ฮัมเพลงไป

อัลฮัมดุลิลละห์ ตอนนี้เขาเริ่มจะเข้าใจแล้ว ผมเริ่มคลายความกังวลใจ กลัวเขาจะยังคงมึนเมาในโลกแฟนตาซีของเดือนแห่งการดื่มด่ำน้ำผึ้งพระจันทร์ของเขา

“เดียวสีสันที่แท้จริงของภรรยาคุณจะค่อยๆเผยออกมา อันดับแรกเมื่อขณะเธอตั้งครรภ์ หลังจากนั้นเมื่อขณะมีลูกน้อยคนที่หนึ่ง,สอง,สามและคนต่อๆไป เมื่อลูกๆโตขึ้นจะเผยออกมาอีกสีสันหนึ่ง…ขบวนการนี้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเรื่อยไป….”

ผมเริ่มอธิบายทีละขั้นทุกการทดสอบในการใช้ชีวิตคู่ ในแต่ละขั้นแห่งการทดสอบนั้นแหละสีสันที่แท้จริงของพวกเราจะเผยออกมา

ผมยิ้มเล็กยิ้มน้อย คราใดนึกถึงเพื่อนซี้คนหนึ่งที่เมื่อก่อนยอแล้วยอเล่าว่าภรรยาเขาเป็นคนดีไม่ขี่บ่น แต่ภายหลังได้ลูกห้าคน เขาเกิดสงสัยอย่างแรงขึ้นมาว่า ทำไมภรรยาของเขาถึงเปลี่ยนไปจากคนดีไม่ขี่บ่นกลายเป็นคนบ่นคนไม่เลือกหน้า? คาดไม่ถึงใช่ปะ? ครานี้ถึงคราวเขาบ้างที่เมื่อก่อนเป็นคนสนุกสนานเฮฮา กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เก็บตัวเงียบไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา นี่แหละน้า….โลกแห่งการครองเรือน พอน้ำมาปลากินมด พอน้ำลดมดได้โอกาสกินปลาบ้าง

“บังพอจะมีนาซีฮัตอื่นอีกไหม?”

“บังพูดจากประสบการณ์เท่านั้นนะ อันไหนหวานอย่าด่วนกลืนกิน อันไหนขมอย่ารีบคายออก จะรักหรือจะชังใครขอให้พอประมาณ อย่ารีบชื่นชมและอย่าด่วนชิงชัง ความพอประมาณนั้นแหละทำให้เราปลอดภัยเสมอ”

“ตกลงตอนนี้ผมจะชื่นชมและดีใจไม่ได้ละซิ?”

“จงชื่นชมและดีใจแต่อย่าเลยเถิดถึงขนาดลืมตน”

“ผมกลัวหากต่อไปต้องถูกทดสอบ”

“จงเผชิญหน้าเท่าที่มีอย่างดีที่สุด ภรรยาเราเป็นแค่เพียงมนุษย์ เราเองก็เหมือนเขา ตราบใดที่เราเป็นมนุษย์เรามิอาจหลีกพ้นจากความอ่อนแอและความบกพร่องได้ ตอนนี้จงดื่มด่ำความหอมหวานของชีวิตคู่ แต่ก็จงเตรียมใจเพื่อลิ่มรสความขมขืนของมันด้วยบ้าง จะเป็นอย่างไรก็ตามหากต่างคนต่างมีความรักซึ่งกันและกัน ปัญหาทุกอย่างเราจะฟันฝ่ามันได้ด้วยดีเสมอ คราใดหวานหอมให้ขอบคุณชูโก๊ร ยามใดขืนขมให้อดทนเข้าไว้ นั้นแหละสิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับคู่มือการเผชิญหน้าอุณภูมิรัก”

“เมือก่อนเดือนแห่งน้ำผึ้งพระจันทร์ของบังหมดเมื่อไร?” จู่ๆ เขาถาม

คราวนี้ผมสะดุ้งบ้าง

“เธอละรู้สึกอย่างไรกับเดือนแห่งน้ำผึ้งพระจันทร์?” ผมย้อนถามเขาอีกครั้งหลังอึ่งเงียบนานไปสักพัก

“อืม…หวาน อร่อย!”

ผมยิ้ม

“เดือนแห่งน้ำผึ้งพระจันทร์ของบังหมดเมื่อไร?” เขาย้อนคำถามเดิมอีกครั้ง

“ไม่รู้ดิ..ความหอมหวานบ้างครั้งมาแล้วก็ไป สลับพลัดเปลี่ยนไปกับความขืนขม สำหรับผมเดือนแห่งน้ำผึ้งพระจันทร์มิใช่ครั้งเดียว มันหลายครั้งนะ”

“อ้าว…มันอย่างงัยละบัง?”

“เมื่อความขมขืนผ่านไป ความหอมหวานก็หวนกลับมา ถึงครานั้นเราก็ดื่มด่ำน้ำผึ้งพระจันทร์กัน พอความขมขืนกลับเข้ามาอีกครั้ง น้ำผึ้งพระจันทร์ก็หมดไปชั่วขณะ แต่เมื่อความหอมหวานกลับมา เราก็ดื่มด่ำน้ำผึ้งพระจันทร์กันอีกที เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆตามแต่ทิศทางลมของอุณภูมิรัก นี่แหละความจริงของชีวิตในโลกดุนยา ที่นี่ไม่ใช่สวรรค์ที่ที่ซึ่งความสุขทุกสิ่งจะเป็นจริงและนิจนิรันดร์”

เขายิ้ม บางทีอาจจะยังไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง แต่ก็ไม่เป็นไร ยังมีความรู้อีกมากมายที่มิอาจเข้าใจได้ด้วยการร่ำเรียน หากแต่จะต้องพานพบและรู้สึกได้ด้วยการสัมผัสเองเท่านั้น…..ใช่….หนึ่งในนั้นคือความรู้เกี่ยวกับอุณภูมิรัก….

อุณภูมิรัก

 
Leave a comment

Posted by on August 20, 2012 in ครูฉัน

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: