RSS

Haj 2012 : 5. อำลามาดีนะห์มูเนาวาเราะห์

09 Oct

มาดีนะตุลนาบีย์
แผ่นดินนี้เราจะมาอีก

Haj 2012 : 5. อำลามาดีนะห์มูเนาวาเราะห์

นับเป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ ( 20 – 29 กันยายน 2555 ) ที่ผมและบรรดาฮุจยาจได้มีโอกาสอยู่ที่เมืองมาดีนะตุลมูเนาวาเราะห์ อย่างที่เกริ่นมาก่อนหน้านี้ ที่นี่เราไม่มีกิจกรรมใดๆที่เกี่ยวกับฮัจย์ หากแต่เป็นการซียาเราะห์กุบุรท่านรอซูลุลเลาะห์และเมืองของท่านที่เป็นต้นแบบความเจริญแห่งอารยธรรมมวลมนุษยชาติโดยเฉพาะความเจริญทางจิตใจที่ไม่มีอารยธรรมใดเทียบเคียงได้ เป็นอารยธรรมแห่งวิวรณ์ของพระผู้เป็นเจ้าที่ทรงบันดาลและมอบให้บุรุษผู้ถูกคัดสรรนำมามอบเป็นของขวัญเพื่อความสำเร็จในโลกนี้และโลกหน้า.

ตลอดระยะเวลาสั้นๆกว่าหนึ่งสัปดาห์เราได้ใช้เวลาอย่างดีที่สุดเพื่อให้โปรแกรมต่างๆที่วางไว้ก่อกำเนิดเกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่ามากที่สุด โดยรวมผมขอพูดเพียงประโยคเดียวว่า “อัลฮัมดุลิลละห์ ทุกอย่างเป็นไปตามหมายกำหนดการณ์”.

โปรแกรมงานที่มาดีนะห์
อัลฮัมดุลิลละห์ทุกอย่างตามหมายกำหนดการณ์

ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติก่อนการเดินทางออกจากเมืองมาดีนะห์ พวกเราหาโอกาสเข้าไปอำลาท่านรอซูล ซ.ล ด้วยการเข้าเยี่ยมหรือซียาเราะห์กุบุรของท่านและซอฮาบะห์ทั้งสอง ตลอดระยะทางจากโรงแรมที่พักซึ่งห่างจากมัสยิดเพียงสามร้อยเมตร ผมกำชับบรรดาฮุจยาจให้เปียกปอนลิ้นของตนเองด้วยการแซ้สร้องสรรเสริญคำซอลาวาตและสลามต่อท่านรอซูลให้มากๆ เมื่อไปถึงบริเวณกุบุรพวกเราจึงกล่าวคำซอลาวาตและให้สลามท่านนาบีและซอฮาบะห์ทั้งสอง พร้อมขอดุอาต่อพระองค์อัลเลาะห์ ซ.บ ได้โปรดบันดาลให้พวกเราทุกคนเป็นบ่าวที่ดีมีอีหม่านของพระองค์อัลเลาะห์และเป็นอุมมัตของท่านรอซูลที่ได้รับชาฟาอัตจากท่านในโลกดุนยาและอาคีรัต และได้โปรดประทานการได้มีโอกาสมาที่แผ่นดินนาบีครั้งนี้อย่าได้เป็นครั้งสุดท้ายของพวกเราเลย เฉกเช่นเดียวกันความโปรดปรานดีๆอย่างนี้ขอได้โปรดพระองค์แบ่งปันให้แก่ญาติพี่น้อง,เพื่อนพ้อง,มุสลิมีนและมุสลิมาตโดยทั่วกันด้วยเทอญ อามีน.

8 : 00 น.เป็นเวลาเริ่มออกเดินทางจากที่พัก ก่อนเดินทางหนึ่งคืน ผมแทร๊กทีมกับบรรดาฮุจยาจด้วยการจับกลุ่มมูซากาเราะห์สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องต่างๆที่จะต้องทำตลอดระยะเวลาการเดินทางครั้งนี้ โดยเฉพาะเรื่องการครองเอียะรอมครั้งแรกจากเมืองมาดีนะห์ – มักกะห์ เราเรียนรู้และทำความเข้าใจถึงประเภทต่างๆของการทำฮัจญ์ ฮัจญ์อิฟรอด,ฮัจญ์ตะมัตตัวะและฮัจญ์กีรอน,ข้อห้ามต่างๆขณะครองเอียะรอมและเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เมื่อเข้าใจดีแล้วจึงให้ฮุจยาจเลือกปฏิบัติประเภทฮัจญ์ต่างๆที่ตนพอใจและถือว่าเหมาะกับความสามารถของตน.

อัลฮัมดุลิลละห์ ในกลุ่มคาราวานฮัจญ์ของพวกเราครั้งนี้ทุกคนตัดสินใจเลือกที่จะออกจากมาดีนะห์ไปมักกะห์ด้วยการครองเอียะรอมอุมเราะห์ซึ่งก็หมายถึงว่าพวกเราทำฮัจญ์แบบตะมัตตัวะ กล่าวคือ ทำอุมเราะห์ในเทศการฮัจญ์ภายหลังถึงวันที่แปดซุลฮิจญะห์จึงเหนียตครองเอียะรอมฮัจญ์ เราออกจากที่พักราวครึ่งชั่วโมงก็มาถึงมัสยิดซุลฮุลัยฟะห์ สถานที่หรือมีกอตครองเอียะรอมสำหรับชาวมาดีนะห์หรือใครก็ตามที่ทำฮัจญ์หรืออุมเราะห์โดยผ่านเมืองมาดีนะห์.

ที่มัสยิดมีกอตซุลฮูลัยฟะห์เราใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงสำหรับการอาบน้ำละหมาด,ละหมาดซุนัตเอียะรอมและทำการเหนียตครองเอียะรอมอุมเราะห์ เมื่อเสร็จแล้วต่างก็ขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อไปยังมักกะห์ บนรถผมกล่าวนำบทตัลบียะห์และตัซกีเราะห์เสริมเกี่ยวกับการระมัดระวังข้อห้ามต่างๆขณะครองเอียะรอม

มัสยิดซุลฮุลัยฟะห์ มีกอตชาวมาดีนะห์
และผู้ที่เดินทางผ่านเมืองมาดีนะห์

การเดินทางจากมาดีนะห์มายังมักกะห์มีระยะทางราว 400 กว่ากิโลเมตร ผ่านเส้นทาง “ตอริกฮิจเราะห์” ตลอดระยะทางพาดผ่านท้องทุ่งทะเลทรายที่กว้างขวางสุดสายตา บางแห่งเป็นหมู่บ้านกลางทะเลทรายมีแมกไม้น้อยใหญ่บ้างเป็นย่อมๆ มีบ้างที่เป็นท้องทุ่งโล่งมีฝูงอูฐเปรียวเล็มหญ้าแห้งให้แลดูชมเป็นครั้งคราว ช่างเป็นบรรยากาศและประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิตแก่บรรดาฮุจยาจที่รวมเดินทางได้เป็นอย่างดีนัก ก่อนหน้านี้มีฮุจยาจคนหนึ่งเคยเปรยให้ผมฟังว่า “แซะห์…ช่วยจัดทริปการเดินทางจากมาดีนะห์ – มักกะห์เป็นเวลากลางวันหน่อย อยากจะสัมผัสบรรยากาศการเดินทางกลางทะเลที่สามารถมองเห็นได้หมด” มาถึงตอนนี้ ผมได้แต่นึกในใจงว่า “อัลฮัมดุลิลละห์…ความปรารถนาของเขา พระองค์อัลเลาะห์ ซ.บ ทรงประสงค์ให้แล้ว”

“ตอริกฮิจเราะห์” เส้นทางมาีดีนะห์ – มัักกะห์

400 กว่ากิโลเมตร เราใช้เวลาทั้งสิ้นกว่า 6 ชั่วโมง ท้ายสุดก็มาถึงเมืองมักกะห์โดยสวัสดิภาพ เพลานั้นใกล้ค่ำพอดี อย่างไรก็ตามบ้านที่เช่าไว้กลับมีปัญหาเล็กน้อยยังไม่พร้อมรองรับฮุจยาจ ผมทำได้แค่จัดแจงกระเป๋าและเก็บสำภาระต่างๆเข้าที่พัก ส่วนฮุจยาจยังนำเข้าไปม่ได้ จึงนำทั้งหมดไปละหมาดมักริบและอีชาที่มัสยิดข้างบ้าน เสร็จละหมาดแล้วจึงพากันออกไปยังลานใหญ่ข้างลานซะแอระหว่างเนินเขาซอฟาและมัรวะห์ด้านทิศตะวันออกของมัสยิดิลฮารอม จัดแจงอาหารมื้อค่ำ,เข้าห้องน้ำบริเวณนั้น เมื่อทุกอย่างเสร็จสรรพและได้เวลาอันควรจึงนำขบวนเข้าสู่มัสยิดดิลฮารอมผ่านประตูหมายเลขที่ 45 “บาบุลฟัตห์” ประตูสู่มัสยิดิลฮารอมที่ใกล้สุดกับบัยตุลเลาะห์.

แวบแรกที่เห็นกะบะห์เราไม่ได้ทำอะไรนอกจากอ่านดุอาเห็นบัยตุลเลาะห์ ความรู้สึกยามนั้นแบ่งปันให้ใครไม่ได้นอกจากต้องหาโอกาสมาสัมผัสเอง เป็นความรู้สึกอิ่มบุญที่สร้างความสบายและโล่งใจให้ชีวิตมากที่สุด ด้านหลังผมบรรดาฮุจยาจทุกคนดูอิ่มเอมเปรมปรีย์พร้อมคราบน้ำตาแห่งความสุขที่รินไหลมาโดยไม่ได้เชื้อเชิญ เชื่อว่าพวกเขาต่างก็มีความสุขและเป็นช่วงที่ดีที่สุดในชีวิตของพวกเขาเป็นแน่.

หลังจากทุกคนพร้อมเราก็เริ่มกิจกรรมต่างๆของการทำอุมเราะห์ โดยเริ่มที่

22 : 30 น. เราเริ่มตอวาฟรูกนอุมเราะห์

23 : 00 น. ละหมาดซุนัตตอวาฟแล้วดื่มน้ำซัมซัม

00 : 00 น. เริ่มทำการซะแอที่เนินเขาซอฟา

00 : 45 น. ตะฮัลลุลอุมเราะห์ด้วยการตัดผมที่เนินเขามัรวะห์

อุมเราะห์ครั้งแรกจากมาดีนะห์มูเนาวาเราะห์

ถึงตอนนี้อัลฮัมดุลิลละห์เป็นการเสร็จสิ้นพิธีการอุมเราะห์ครั้งแรกจากเมืองมาดีนะห์ ก่อนกลับบ้านพักเราวกเข้ามาในลานตอวาฟอีกครั้งเพื่อคลายความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางและทำอุมเราะห์ แหงนมองไปที่นาฬิกายักษ์ยามนี้เป็นเวลากว่า 02.00 น.แล้ว พลางรอเวลาละหมาดซุบห์ เราได้แต่มองกะบะห์และผู้คนมากมายที่กำลังตอวาฟ ราตรีนี้จึงเป็นราตรีหนึ่งที่สวยงามยิ่งนัก.

อัลเลาะห์ อัลเลาะห์ อัลลอฮูอักบัร เบื้องหน้าคือความยิ่งใหญ่ของพระองค์อัลเลาะห์ พระผู้ทรงมหิทธานุภาพที่ไม่มีเกิดขึ้นที่ไหนนอกจากที่นี่…อัลฮัมดุลิลละห์…ที่พวกเรากำลังเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ ขอจงขอบคุณชูโกรต่อพระองค์อัลลอฮ์ พระองค์ผู้ทรงสัญญา “หากท่านขอบคุณชูโกรต่อพระองค์แน่แท้พระองค์จะทรงเพิ่มพูนความดีงามแก่พวกท่าน”

กะบะห์ : เครื่องหมายมหิทธานุภาพแห่งพระผู้ทรงยิ่งใหญ่

หอนาฬิกามัสยิดิลฮารอม

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: